Connect
To Top

ทำอย่างไร หลังจักรยานล้ม? (คัมภีร์เสือหมอบ VOL.252)

afp_co9mb-6705

เมื่อเคลื่อนไหว สิ่งที่จะตามมาคือความเสี่ยงต่อการลื่นล้มหรือชนเข้ากับบางสิ่งโดยไม่ตั้งใจ คำพูดนี้เป็นจริงทีเดียวสำหรับกีฬาทุกประเภท เมื่อต้องวิ่งหรือเคลื่อนที่เร็วขึ้นการจะล้มลงบ้างก็คือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จักรยานก็เช่นกัน ถ้าเราขี่จักรยานมานานพอก็ต้องเคยล้มกันมาบ้าง ส่วนอาการบาดเจ็บนั้นก็แล้วแต่ความเร็วและความรุนแรงของการล้ม คนขี่จักรยานถนนทุกคนต้องเคยล้มกันมาบ้างทั้งหนักและเบา ที่แน่ๆคือเมื่อมีการเคลื่อนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ผลของการล้มก็คือต้องสูญเสียผิวหนังไปในจุดที่ลงถูไถไปกับพื้น แต่นั่นไม่เท่าไร เอาตัวไปถูถนนแล้วยังต้องมาเจอคำแนะนำที่ขัดแย้งกันเองจนไม่รู้จะเชื่อใครอีก คนนั้นก็ว่าต้องทำอย่างนี้คนนี้ก็ว่าต้องทำอย่างนั้น ใครที่เคยล้มมาแล้วจะรู้ว่าตอนที่ต้องดึงแผลออกจากผ้าปูที่นอนนั่นมันไม่สนุกเลย ทั้งเจ็บทั้งแสบ แล้วถ้าอย่างนั้นอะไรล่ะคือวิธีจัดการกับแผลจักรยานล้มได้ดีที่สุด
นายแพทย์ริชาร์ด อัชเชอร์หัวหน้าทีมแพทย์ของทีมสกาย ทีมจักรยานระดับโลกที่คริส ฟรูมแชมป์ตูร์ เดอ ฟร็องซ์หลายสมัยสังกัดอยู่ ได้เผยถึงวิธีที่พวกนักแข่งจักรยานมือโปรจัดการกับแผลถลอก การกระทำในชั้นแรกคือต้องดูด้วยตาก่อนว่านักขี่จักรยานคนนั้นไม่มีอะไรเจ็บเข้าขั้นสาหัส อัชเชอร์บอกว่า”ต้องดูให้เห็นว่าไม่มีบาทแผลอื่นอีก ห้ามเลือดแล้วปิดแผลเอาไว้ก่อน จนกว่าแผลถลอกนั้นจะอยู่ในสภาพที่สะอาดพอแล้วค่อยตกแต่งบาดแผล”

dsc00379road-rash-royalty-free-image-184331289-1532007472

เมื่อพูดถึงการทำความสะอาดบาดแผลถลอกจากการล้ม ความเจ็บแสบจะตามมา การเอาตัวไถลไปกับพื้นถนนสากๆและสกปรกนั้นจะทำให้มีเศษกรวด ดิน ทราย แทรกตัวอยู่ในแผลนั้น แต่การจะทำความสะอาดมันล่ะจะจำเป็นแค่ไหน? ใช่เลยจำเป็นมาก “ต้องล้างเอาพวกเศษดินเศษกรวดทรายเหล่านั้นออกให้หมด แล้วราดแผลด้วยไอโอดีน เบตาดีน หรือแม้แต่น้ำเกลือธรรมดา(มีขายตามร้านขายยาในขนาด 1 ลิตรหรือน้อยกว่านั้น ราคาไม่แพง) ถ้าไม่แพ้ของพวกนี้ก็ไม่เป็นไร ใช้ได้” อัชเชอร์แนะนำ
เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายๆ เราได้แบ่งหัวข้อการดูแลบาดแผลไว้เป็นขั้นตอนดังนี้
• ตรวจดูให้พบบาดแผลฉกรรจ์
• ห้ามเลือด
• ล้างแผลในเบื้องต้น
• ปิดแผลไว้ด้วยพลาสเตอร์สะอาด 24 ชั่วโมง
• กินอาหารเน้นโปรทีนเพื่อการฟื้นตัวให้เร็ว
• อย่าหยุดขี่จักรยาน ถ้าขี่ได้ ให้ขี่ต่อเนื่อง

(อ่านต่อใน SPORTS STREET #VOL.252)

ความคิดเห็น

comments

More in News