Connect
To Top

One Day Trip : ชิม แช๊ะ ชิล ทำบุญปีใหม่ จุใจกุ้งเผา

ทาง Vincita ใจดี จัด ทริปเก๋ๆ ที่ชื่อว่า “ทำบุญปีใหม่ จุใจกุ้งเผา” พาไปไหว้พระเก้าวัดที่อยุธยา เพื่อความเป็นสิริมงคล ระยะทางปั่นรวม 25 กิโลเมตร

ทุกครั้งที่ผมออกทริปไม่ว่าจะสั้นครึ่งวันหรือยาวเต็มวัน ผมจะมีอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้คือกระเป๋า ส่วนตัวจะมีหลายแบบ บางทริปจะใช้แบบเป้หรือกระเป๋าหูรูดติดหลัง ซึ่งข้อดีคือรถจะโล่งไม่ต้องมีอุปกรณ์ต่อพ่วงเพื่อยึดกระเป๋า แต่ข้อเสียคือกระเป๋าหรือเป้ที่ติดหลังนั้นมักจะทำให้รู้สึกเมื่อยหากใส่ของมากเกินไป อีกทั้งหากสะพายไม่แน่นกับหลังแล้วเวลาปั่นเร็วๆ หรือสปริ้นท์กระเป๋าหรือเป้ที่หลังจะเทลงมาข้างๆ ทำให้เสียสมดุลง่าย บางคนเลยเลือกกระเป๋าที่เล็กกระทัดรัดเอาไว้หลังอานจักรยานแทน แต่หากเป็นนักปั่นสายทัวร์ริ่ง (Touring Bike) หรือแนวซิตี้ ไบค์ (City Bike) แล้วยิ่งสบาย เพราะจักรยานถูกออกแบบมาให้มีตัวยึดกระเป๋ามาให้เรียบร้อยตามจุดต่างๆทั้งในตำแหน่งด้านหน้าที่นิยมในกลุ่มซิตี้ ไบค์และจักรยานพับรวมถึงรถจักรยานทัวร์ริ่ง ที่มักมีจุดยึด (บางคนมักเรียกว่า “ตาไก่”) ตำแหน่งใกล้ดุมล้อหลังสำหรับติดตะแกรงหลัง (Rear Rack) เพื่อแบกรับน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระขนาดใหญ่ได้ ข้อดีของที่วางของด้านหลังรถจักรยานคือสามารถใช้กระเป๋าได้สามจุดคือ ด้านบนและด้านข้างซ้ายขวาเพื่อน้ำหนักที่สมดุลเวลาขี่ หรือบางลักษณะจะเป็นกระเป๋าข้างซ้ายขวามาในชิ้นเดียวกันพาดไปที่ตะแกรงหลังเลย ผมเคยใช้แล้วชีวิตดี้ดี ปั่นสบายหายห่วงว่าของจะหล่นหายกลางทาง

One Day Trip

ส่วนกระเป๋าหน้านั้นก็เป็นที่นิยมในหมู่รถพับเช่นกลุ่ม Brompton, Dahon, Chevrolet และแบรนด์อื่นที่ออกแบบมาให้มีตัวยึดตะแกรงหน้า (Front Rack) จุดประสงค์เพื่อสำหรับวางกระเป๋าที่ด้านหน้า กระเป๋าด้านหน้านี้แตกต่างจากตะกร้าหน้าในรถแม่บ้าน เพราะตะกร้ารถแม่บ้านนั้นโดยมากจะถูกติดตั้งมาจากโรงงานเลย วัสดุก็มีทั้งเหล็กและพลาสติค ส่วนในรถพับนั้นอาจจะมีแค่ตัวยึดที่คอหน้ามาให้ เราจะต้องหาซื้อกระเป๋าดีๆมาใส่เอง ซึ่งในบ้านเราก็มีผู้ผลิตกระเป๋าติดรถจักรยานที่เป็นที่นิยมมาช้านานอย่างเช่นกระเป๋าของวินสิตา (Vincita) ที่มีคุณภาพดีเพราะผู้ผลิตเลือกใช้แต่วัสดุชั้นดี ซึ่งเราก็สามารถเลือกซื้อได้ตามงบประมาณ มีทั้งแบบพรีเมี่ยมวัสดุชั้นนอกกันน้ำหรือแบบประหยัด แบบผ้าลายสดสวยทั้งสีหวาน สีเข้มเอาใจนักปั่นสายแฟชั่นก็มีให้เลือกมากมาย ส่วนตัวที่ผมชอบกระเป๋าของ วินสิตา (Vincita) คือน้ำหนักเบาและสามารถถอดใส่ได้ง่าย ในกรณีที่เราจอดรถเพื่อไปเดินชอบปิ้ง เราสามารถถอดกระเป๋าออกจากแรคหน้าได้ทันทีและนำติดตัวไปด้วย เป็นกระเป๋าช้อปปิ้งได้เลย ว่างั้น พอช้อปปิ้งจ่ายกับข้าวเสร็จก็แค่นำกลับมารัดไว้ที่แรคหน้าตามเดิม มีเข็มขัดรัดสำหรับยึดติดแฮนด์หน้าให้เสร็จ ปลอดภัยสะดวกรวดเร็ว ขี่ไปขี่มาแอบเห็นประเป๋าข้างทัวร์ริ่งของผู้ร่วมทริปหน้าตาดูดีมีสไตล์ (กระเป๋านะ) เลยเข้าไปเลียบๆมองๆ ได้ความว่าเป็นกระเป๋าพ่วงข้างวัสดุกันน้ำมีตัวล็อคคุณภาพสูงที่วินสิตาออกแบบมาสำหรับสายทัวร์ริ่งโดยเฉพาะ กระซิบข้างหูถามราคาถึงกับสะดุ้ง ไม่แพงอย่างที่คิดแฮะ สงสัยผมต้องจัดสักชุดแล้ว ถ้าได้ใบคู่พาดซ้ายขวานี่หล่อเลย จุมากขนเสื้อผ้าไปออกทริปค้างคืนได้เลย

เมื่อเรามีรถแล้ว มีกระเป๋าใส่สัมภาระแล้ว ออกทริปสิครับ รออะไร ไปกันเลย

เดือนนี้เราจะพาท่านไปปั่นสบายๆ สไตล์ “ชิม แชะ ชิล” กันที่อยุธยาเลยดีกว่า อากาศกำลังดี ไม่ร้อนแต่ก็ไม่เย็นและสนุกแต่เช้าคือได้นั่งรถไฟไปด้วยเพื่อทดสอบโบกี้จักรยานที่ออกแบบแยกฝั่งซ้ายขวาชัดเจนให้มีแรควางจักรยานอยู่ฝั่งหนึ่งและที่นั่งผู้โดยสารอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ข้อดีคือรถจะไม่เกะกะนักปั่นเลย สามารถนั่งคุยกันไปได้ตลอดเส้นทางรถไฟหวานเย็นต้องรถไฟไทยเท่านั้น

One Day Trip

เอาล่ะยกรถขึ้นโบกี้และจับจองที่นั่งได้ก็เริ่มต้นคุยเมคเฟรนด์กันหน่อย ทริปนี้เรามีไกด์และตำรวจนำทางด้วยโดยได้รับการอุปการะคุณจากค่ายวินสิตาที่จัดทริปนี้ขึ้นมาเพื่อขอบคุณลูกค้าโดยใช้ชื่อทริปเก๋ๆว่า “ทำบุญปีใหม่ จุใจกุ้งเผา” อ๊ะ…หลายคนหูผึ่งแต่เช้า มีกุ้งเผาแม่น้ำด้วยเหรอเนี่ย ไม่ธรรมดาแล้วทริปนี้จัดเต็มโดยมีผู้ใหญ่ใจดีคุณยิ่งศักดิ์ สิงหเสนี บอสใหญ่แห่งค่าย Vincita ผู้ออกแบบและผลิตกระเป๋าและอุปกรณ์จักรยาน และทีมงานได้พาลูกค้าทั้งหมด 30 ท่าน ไปไหว้พระเก้าวัดเพื่อความเป็นสิริมงคล ระยะทางปั่นรวม 25 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นระยะทางที่เพอร์เฟคเลย กำลังดีไม่สั้นและไม่ยาวเกินไป เพลิดเพลินในการปั่นมาก อากาศก็ดีทั้งวัน

ทริปต่างจังหวัดแบบนี้สิ่งที่เราจะขาดไม่ได้ก็คือสัมภาระติดตัว พวกผ้าเช็ดเหงื่อ กระบอกน้ำ ยา อุปกรณ์ต่างๆ มีสมาชิกหลายท่านใช้รถพับซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีที่ยึดกระบอกน้ำมาให้เนื่องจากเหตุผลในการที่จะต้องพับรถให้ได้ขนาดเล็กที่สุด ดังนั้นเราจึงต้องมีกระเป๋าใส่กระบอกน้ำและสัมภาระต่างๆเพิ่มเข้ามา จุดนี้ก็ต้องขอขอบคุณทางวินสิตาอีกครั้งสำหรับการจัดเตรียมกระเป๋าให้พวกเรา เช้านี้นักปั่นบางท่านยังงงงงอยู่ว่าวันนี้จะเอาข้าวของสัมภาระติดตัวไปปั่นยังไงดี วินสิตาจัดให้หายห่วง รถพร้อมคนพร้อม ล้อหมุนไปกันเลยวัดแรกคือวัดมหาธาตุ เราปั่นสไตล์แถวตอนเรียงหนึ่งเรียบร้อย เมื่อถึงวัดมหาธาตุ ไกด์ก็เริ่มนำพวกเราชมวัด ถ่ายรูปกันพอสนุกและได้ความรู้ติดตัวกลับบ้าน ต่อวัดที่สองคือวัดราชบูรณะซึ่งอยู่ใกล้ๆกันและต่อด้วยวัดศรีสรรเพชญ์ วัดพระราม เมื่อเสร็จจากวัดพระราม ทางคณะได้พาพวกเราไปแวะทางอาหารเที่ยงที่ร้านอู่ทองริมน้ำ แน่นอนว่าแต่ละจานที่วินสิตาจัดมานั้นไม่ธรรมดาจริงๆ โดยเฉพาะกุ้งแม่น้ำตัวเบ้อเริ่มที่โชคดีไม่มีมีใครแพ้กุ้งเลย ไม่เท่านั้นบนโต๊ะยังมีต้มยำปลา ผัดเผ็ดปลา ทอดมันปลา และอาหารแม่น้ำอีกหลายอย่างที่พวกเราชาวคณะเผลอตัวกินจนเกลี้ยง จัดไปอย่าให้เสียเลยลืมนึกไปว่ายังเหลือระยะทางอีกสิบกว่ากิโลฯ

ออกตัวช่วงบ่ายตอนแรกว่าจะง่วงแต่ก็ไม่ง่วง แดดบ่ายที่อยุธยาช่วงกุมภาฯนี้ไม่ได้แผดเผาร้อนแรงมากอย่างที่คิด ชาวคณะยังปั่นได้สบายๆอยู่ แวะวัดต่อไปคือวัดไชยวัฒนาราม ที่อยู่ไกลจากร้านอู่ทองไปราว 6 กม. ก็ต้องเริ่มทำเวลากันนิดหน่อยคือจากเมื่อเช้า AV 10-15 ก็ต้องเปลี่ยนเป็น AV 15-20 (AV คือค่าหน่วยความเร็ว กม./ชม.) ก็พอได้เหงื่อนิดหน่อย เที่ยวปั่นชมวัดต่อช่วงบ่าย วัดสุดท้ายก่อนกลับไปสถานีรถไฟคือวัดหน้าพระเมรุ พวกเรามาถึงสถานีรถไฟอยุธยาได้ทันเวลาบ่ายสี่โมง เพราะรถโบกี้จักรยานจะมาจอดรอคณะเราอยู่แล้วพร้อมเดินทางกลับกรุงเทพฯกัน ทริปนี้ถือเป็นอีกทริปที่น่าจดจำ สนุกเพลิดเพลินและได้ความรู้ ทั้งความรู้รอบตัวในเรื่องประวัติวัดต่างๆและความรู้ในเรื่องการเลือกใช้กระเป๋าชนิดต่างๆให้เหมาะกับทริป เจอกันใหม่เดือนหน้าครับ

One Day Trip

ความคิดเห็น

comments

More in Route