Connect
To Top

5ข้อแนะนำ เพื่อการไต่เขาที่สนุก : คัมภีรเสือหมอบ

เมื่อพูดถึงการขี่จักรยานขึ้นเนินเขาหรือที่เราชอบเรียกกันง่ายๆว่า”ไต่เขา” เราเชื่อว่าหลายคนชอบและต้องมีจำนวนมากกว่านี้แน่ที่บอกว่ามันเป็นของแสลง เจอภูเขาทีไรอยากกลับบ้านทุกที เพราะความชันและยาวของเส้นทางขึ้นภูเขามันจึงเป็นยาขมของคนที่ไม่ชอบและเป็นของหวานของพวกแพะภูเขาทั้งหลาย แต่ก็มีความพยายามในระดับหนึ่งที่จะหาค่าความชันที่ใครๆก็ขี่ขึ้นได้อย่างสนุกสนานไม่ทรมานตัวเองจนเกินไป จะชันกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะขี่สนุก? นี่คือคำถามที่คำตอบของมันขึ้นอยู่กับความฟิต ยิ่งฟิตก็ยิ่งทนทานต่อความชันเปอร์เซ็นต์สูงๆได้มาก ในขณะที่คนฟิตน้อยลงมาก็ทนได้ในเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำลง
จากการคำนวณของนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ผลของค่าความชันเฉลี่ยที่ไม่ทรมานสังขารเกินไปจะอยู่ที่ 4-5เปอร์เซ็นต์สำหรับคนที่ซ้อมขี่จักรยานสม่ำเสมอ และอาจเพิ่มขึ้นได้ถึง8เปอร์เซ็นต์สำหรับนักขี่จักรยานที่ฟิตจัดๆ สำหรับพื้นถนนราบๆนั้นอุปสรรคของนักปั่นจะมีแค่ลมแรงๆหากใช้ความเร็วประมาณ25-35 ก.ม./ช.ม. นักขี่จักรยานน้ำหนักตัว 75-80 ก.ก.จะทำพลังงานได้240วัตต์โดยต้องใช้พลังงาน192วัตต์หมดไปกับการสู้กับลม ที่เหลือคือการพาตัวเองและจักรยานเคลื่อนไปข้างหน้า แต่เมื่อปั่นขึ้นเขานั่นคือเขาต้องออกแรงสู้กับน้ำหนักของตัวเองหรือแรงโน้มถ่วงของโลกล้วนๆ และต่อไปนี้คือกลเม็ด 5 ข้อที่จะช่วยให้ขี่ขึ้นเขาได้สนุกที่สุด
climbing-western-ghats-on-brompton-23
1.เติมพลังก่อนไต่
คุณอาจจะกินอาหารมาแล้วจนคิดว่าพลังงานที่ได้น่าจะพอ แต่พวกมือโปรเขาแนะนำมาว่ากินแล้วก็จริงแต่ก่อนจะถึงช่วงที่เส้นทางเปลี่ยนระดับสัก1-2กิโลเมตรให้เติมพลังงานเสียอีกครั้ง จะใช้กล้วยหรือเพาเวอร์บาร์ก็ได้เพื่อเพิ่มพลังงาน แต่เราขอแนะนำว่าการใช้เพาเวอร์บาร์นั้นง่ายที่สุดแม้ว่ามันจะแพงก็ตาม เพราะเพาเวอร์บาร์หรือเพาเวอร์เจลถูกผลิตมาเพื่อให้พลังงานได้เร็ว ดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้เร็วและสะดวกทั้งการพกพาและการกิน เมื่อมั่นใจได้ว่ามีพลังงานตุนไว้แล้วการขึ้นเขาก็จะน่ากลัวน้อยลง

2.คิดให้น้อย ขี่ให้เงียบเข้าไว้
การออกกำลังกายทุกรูปแบบจะใช้ทั้งกายและใจประกอบกัน อาจจะไม่ต้องถึงกับใจเป็นนายกายเป็นบ่าวเหมือนการฝึกรบพิเศษแต่ใจก็สำคัญ ถ้าใจไม่สู้ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ การไต่เขานี้ก็เช่นกัน เทคนิคง่ายๆของการทำใจคือการเข้าจุดที่ถนนเปลี่ยนระดับด้วยความคิดที่แทบจะไม่จดจ่อกับการไต่นั้นเลย เช่นคิดถึงก้อนเมฆ, ท้องฟ้า, นก หรืออะไรก็ตามที่ดึงใจออกห่างจากความชันตรงหน้าได้ครู่หนึ่ง ตามด้วยการผ่อนคลายตั้งแต่ใบหน้าลงไปจนถึงเท้า หน้าไม่บูดเบี้ยวเหยเก ผ่อนคลายกล้ามเนื้อแขน หลัง ต้นขา หน้าแข้งไปถึงปลายเท้า ถ้าไม่ได้แข่งขันชิงเงินรางวัลหรือถ้วยรางวัลใดๆก็ยิ่งต้องผ่อนคลาย จุดหมายคือสิ่งที่ต้องไปให้ถึง แม้จะไม่ถึงก่อนใครๆแต่ก็ต้องไปให้ถึงให้ได้
maxresdefault
ความตึงเครียดที่ไม่จำเป็นต้องขจัดออกไปให้ได้ ต้องไม่เกร็งไหล่เพราะมันจะทำให้เกร็งและปวดเมื่อยลามไปถึงต้นคอและท้ายทอย มือทั้งคู่ต้องกุมแฮนด์ไว้หลวมๆ หลักๆคือต้องขี่ให้ร่างกายส่วนบนนิ่งจนเมื่อมีคนมาปั่นตามแล้วจ้องมองมาเขาจะรู้สึกได้ว่าคุณกำลังขี่สบายๆเหมือนอยู่บนทางเรียบ ไม่ใช่โยกเยกพยายามกระเสือกกระสนพาตัวเองตะกายขึ้นเขาอยู่ ยิ่งเกร็งยิ่งโลกมากคุณจะยิ่งสูญเสียพลังงานไปมากเกินจำเป็น ยิ่งนิ่งยิ่งผ่อนคลายคุณจะยิ่งใช้พลังงานไปได้คุ้มค่ามากเท่านั้น

ติดตามอ่านต่อกันใน SportsStreet Vol.242 ฉบับล่าสุดประจำเดือน สิงหาคม  2018 สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ Animategroup.com

ความคิดเห็น

comments

More in Scoop