Connect
To Top

ฝน ณัฏฐาพร เวชศิลป์ | แม่ครัวสาวนักปั่น

ฝน ณัฏฐาพร เวชศิลป์ สาวน้อยร่างเล็กมีดีกรีเทควันโดสายดำ ปัจจุบันนี้เธอกำลังสนุกสนานกับการปั่นจักรยาน

เมื่อ 20 ปีก่อนสำหรับคนไทยแล้วคงเป็นเรื่องแปลกทีเดียวหากจะมีผู้หญิงคนไหนมาปั่นจักรยานเสือหมอบท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ เพราะค่านิยมแบบเดิมๆของเราคือผู้หญิงต้องมีผิวที่ขาวใส เพราะไม่ได้สัมผัสแดดจึงจะสวย ยิ่งขาวยิ่งซีดยิ่งสวย แต่ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ค่านิยมดังกล่าวเริ่มเลือนหายไปเพราะผู้คนหันมาใส่ใจในสุขภาพกันมากทั้งหญิงและชาย และนับว่าเป็นจังหวะที่ดีทีเดียวที่ผู้หญิงไทยเริ่มหลุดจากความคิดที่ว่าต้องขาวซีดถึงจะสวย หันมาสนใจสุขภาพของตัวเองกันมากขึ้น คนผิวสีแทนก็สวยได้และสวยอย่างแข็ง แรงด้วยการออกกำลังกลางแจ้งเสียด้วย

ณัฏฐาพร เวชศิลป์ หรือ น้องฝน 

เป็นหนึ่งในจำนวนนั้นที่ใส่ใจในสุขภาพที่แข็งแรง เธอเป็นนักกีฬาตัวยงทีเดียว ถึงแม้ว่ารูปร่างของฝนจะค่อนข้างกะทัดรัดดูไม่น่าจะเล่นกีฬาอะไรได้ดี แต่สาวคนนี้ก็ฝึกเทควันโดจนได้สายดำมาแล้วและปัจจุบันนี้เธอกำลังสนุกสนานกับการปั่นจักรยาน มีผู้ติดตามดูความเคลื่อนไหวของเธอมากมายทั้ง ในเฟซบุ๊คและในอินสตาแกรม และวันนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับเธอ ที่ร้านกาแฟ 66 Cottage ในซอยสุขุมวิท 66 ที่สวยงามร่มรื่น ใน ละแวกบ้านของเธอนั่นเอง

ปั่นจักรยานมากี่ปีแล้วและเริ่มต้นอย่างไร?

ฝน : ฝนปั่นจักรยานมาได้เกือบ 3 ปีแล้ว เริ่มต้นด้วยรถพับก่อน ตอนนั้นฝนทำงานอยู่ที่ภัตตาคารแถวสาธร ฝนก็ปั่นจากบ้านที่ลาดพร้าวมาที่นี่แล้วปั่นกลับทุกวัน แต่คิดว่ารถพับไม่เวิร์ค ฝนก็เลยเปลี่ยนมาเป็นฟิกซ์เกียร์ได้ระยะหนึ่ง พบว่ามันไม่ค่อยปลอดภัย สำหรับถนนในกรุงเทพฯ เลยเปลี่ยนอีก จักรยานเสือหมอบคันแรก คือ Cervelo รุ่น R3 ค่ะ เป็นฟูลคาร์บอน คุณแม่ซื้อให้เพราะเห็นว่าฝนเปลี่ยนไปจากเดิมที่ไม่ชอบแดดมากลายเป็นเล่นกีฬากลางแจ้งได้เพราะจักรยาน ต่อมาพอได้บริดจ์สโตนมาเป็นสปอนเซอร์ ฝนก็เปลี่ยนมาเป็น Bridgestone รุ่น RL8 คันนี้ล่ะค่ะ ฟูลคาร์บอน เหมือนกัน ทีแรกเลือกเรียนทำอาหารเพราะชอบทำอาหารแต่ตอนนี้รู้แล้วว่าตัวตนของเราคืออะไรค่ะ ฝนชอบขี่จักรยานมากจะแข่งหรือไม่แข่งฝนไม่เกี่ยงค่ะ

ฝน ณัฏฐาพร เวชศิลป์

มีสปอนเซอร์ด้วย? หมายความว่าลงแข่งด้วยหรือ?

ฝน : คือฝนชอบปั่นท่องเที่ยวไปกับกลุ่มที่จังหวัดโน้นจังหวัดนี้น่ะค่ะ ปั่นแล้วก็โพสต์ลงเฟซบุ๊คกับไอจี (อินสตาแกรม) ก็มีคนมาตามดูมาก บริษัทหนึ่งที่นำเข้าจักรยานมาเห็นสื่อออนไลน์ที่ฝนโพสต์รูปไว้จึง ติดต่อมาขอให้เป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ ก็ทำสัญญากันเป็นปีๆ ค่ะ

มี Friend ในเฟซบุ๊คอยู่ 5,000?

ฝน : และในไอจีด้วยค่ะ เยอะเหมือนกัน

ตามปกติจะชอบขี่แบบไหน?

ฝน : ฝนชอบขี่ขึ้นเขาค่ะ เพราะคิดว่าคงเอาดีกับทางเรียบไม่ได้เลย ฝึกแต่ขึ้นเขาๆๆ แต่ช่วงหลังๆ นี่พอไปขี่กับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ทางเลียบ สนามบินสุวรรณภูมิ แล้วพอมีสนามเขียวก่อนจะมาเป็นสนามฟ้าฝน ก็รู้สึกสนุกกับการปั่นทางเรียบมากขึ้น ก็หมกอยู่ในกลุ่มจนความเร็ว ขึ้นถึง 50 ได้เลยมั่นใจมากยิ่งขึ้น ตอนนี้ฝนสนุกกับภูเขาและถนน หมดเลยค่ะ

ฝน ณัฏฐาพร เวชศิลป์

มีวิธีการซ้อมอย่างไรบ้าง?

ฝน : ช่วงที่พอมีเวลาว่างจากงาน ฝนก็ซ้อมเทรนเนอร์ทุกวันในวันธรรมดา ทั้งปั่นอินเทอร์วัลและเน้นระยะทางค่ะ ได้ตารางซ้อมมาจากเพื่อนๆ พี่ๆ ในกลุ่มนี่แหละ ใช้เวลาปั่นเทรนเนอร์ครั้งละ 1 ชั่วโมง วอร์มอัพกับคูลดาวน์รวมครึ่งชั่วโมงกับซ้อมจริงครึ่งชั่วโมงลงตัว หนึ่งชั่วโมงพอดี ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ก็ออกไปปั่นกลุ่มกับเพื่อนๆ ใน หลายๆ ที่หลายๆ จังหวัด ครั้งละ 100 หรือเกือบ 100 กิโลฯ ค่ะ เคย เอาปากกามาขีดตรงจังหวัดที่เคยไปมาแล้วตกใจเลยเพราะเกือบ หมดแล้วในภาคกลางกับภาคเหนือ อีสาน เหลือแต่ภาคใต้เท่านั้น ที่ยังว่างๆ อยู่

ย้อนกลับมาที่การปั่นมาทำงาน ปั่นมาคนเดียว? ไม่กลัวอันตรายบ้างหรือ? มีวิธีคิดอย่างไร?

ฝน : ปั่นมาคนเดียวค่ะ จากบ้านที่ลาดพร้าวมาสาธร เข้าบ่ายแล้วพอเลิกงานตอน 5 ทุ่มเที่ยงคืน ถึงบ้านตี 1 เรื่องอันตรายก็มีกลัวบ้างจากรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ แต่ฝนชอบปั่นบนถนนค่ะเพราะจักรยานมันออกแบบมาให้ปั่นบนถนน จะให้ปั่นเทรนเนอร์กันตลอดเวลาคงน่าเบื่อมากๆ ก็มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฝนปั่นกลับบ้านแล้วโดนเด็กแว้นซ้อนท้ายแกล้งผลักเอาเกือบลืม ทำเอาร้องไห้ขวัญเสียไปเลย แต่ก็ยังปั่นอยู่นะ ช่วงหลังๆ นี่ไม่ได้ปั่นแล้วเพราะย้ายที่ทำงานมาอยู่แถวพระโขนง กลับมาอยู่บ้านที่พระโขนงด้วยเลยนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสไปและกลับที่ทำงานค่ะ

ฝน ณัฏฐาพร เวชศิลป์

เราดูสเตตัสของคุณในเฟซบุ๊คพบว่าเขียนเรื่องของการทำฟิตติ้งไว้ด้วย อยากทราบความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

ฝน : คือจักรยานคันแรกซื้อมาโดยไม่ได้ทำฟิตติ้งค่ะ แค่เซ็ตติ้งระยะต่างๆ เท่านั้นมันก็เลยแค่ขี่ได้ในระยะหนึ่งแต่พอขี่ไกลๆ แล้วมันไม่ค่อยสบายตัว พอดีฝนได้จักรยานใหม่พร้อมกับรู้จักคนที่ชำนาญด้านการฟิตติ้งจักรยานก็เลยทำฟิตติ้ง พอทำแล้วถึงรู้ว่ามันดีจริงๆ ทำให้ขี่สบายขึ้นมากเพราะเป็นการปรับแต่งที่ละเอียดเพื่อให้ตัวเรากับจักรยานเข้ากันได้เป็นหนึ่งเดียว ทีนี้พอเฟรมกับอุปกรณ์อื่นๆ เข้ากับขนาดตัวเราได้มันก็ขี่ได้สบายไม่ปวดคอปวดหลังปวดไหล่ค่ะ เหมือนกับเสื้อผ้านั่นแหละคือถ้ามันพอดีเราก็เคลื่อนไหวร่างกายได้ง่าย สบาย แต่ถ้าขี่จักรยานไม่ได้ขนาดมันก็จะทำให้เจ็บนั่นปวดนี่ไปหมด ไม่ดีเลยค่ะ

อยากจะพูดอะไรกับเพื่อนๆ ผู้หญิงที่อยากจะมาขี่จักรยานบ้าง?

ฝน : คือการเป็นผู้หญิงนี่มันก็ต้องห่วงสวยอยู่แล้ว ถ้าอยากปั่นจักรยานแล้วกลัวแดดก็ใช้เครื่องป้องกันเช่น ผ้าคลุมหน้า เสื้อแขนยาวกางเกงขายาวก็มีขายนะคะ ผู้หญิงผิวแทนนิดๆ น่ะสวยจะตายฝนว่า คือมันดูเป็นคนสุขภาพดีมีชีวิตชีวา ไม่ใช่ผิวซีดเพราะอยู่ในร่มทั้งวันอย่างนั้น อย่างฝนนี่คือฝนชอบออกกำลังกายอยู่แล้วการขี่จักรยานมันทำให้ฝนได้เห็นอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ได้ท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ ถ้าไม่ปั่นจักรยานนี่ฝนเองก็ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกันนะคะ จะให้ไปเดินห้างมันก็ไม่ใช่ตัวเราน่ะ มันคงน่าเบื่อมากๆ ออกมาปั่นจักรยานกันเถอะค่ะ ปั่นกันเยอะๆ เลยนะดีจะตาย

นี่คือหนึ่งในผู้หญิงยุคใหม่ที่ใส่ใจต่อสุขภาพและไม่ยึดติดกับกรอบความคิดเดิมๆ คุณณัฏฐาพร เวชศิลป์ คือตัวอย่างที่ดีของนักจักรยานที่ปั่นด้วยใจรักด้วยความสนุกกับการออกไปพบกับสายลมแสงแดดจริงๆ ถ้าคุณเป็นสาวที่อยากมีสุขภาพดีอย่างน้องฝนก็จงอย่ารอช้า ออกจากห้องแอร์มาสู่อากาศกลางแจ้งและสายลมแสงแดดบ้าง แล้วจะพบว่าโลกทัศน์ของคุณนั้นเปลี่ยนไป และคุณจะไม่อยากให้มันกลับไปเหมือนเดิมอีกเลย…เมื่อได้ก้าวขึ้นนั่งบนอานจักรยาน

ฝน ณัฏฐาพร เวชศิลป์

ข้อมูลจาก : Sports Street ฉบับที่ 215

ความคิดเห็น

comments

More in Interview