Connect
To Top

ปั่นจักรยาน ลดน้ำหนัก ต้องลดมากแค่ไหนถึงจะปั่นได้ดี

น้ำหนักลดลงแค่ไม่กี่กิโลกรัม ก็ทำให้ปั่นได้เร็วขึ้น ว่าแต่ควรลดแค่ไหนถึงจะเหมาะสม?

การจะเป็นนักปั่นจักรยานนั้นไม่จำเป็นต้องขี่ให้เร็ว แต่ถ้าอยากจะเอาชนะเส้นทางยากๆ ให้ได้การลดน้ำหนักจะช่วยได้มาก แชด ทิมเมอร์แมนหัวหน้าโค้ชและผู้ร่วมก่อตั้ง TrainerRoad ระบบการซ้อมออนไลน์เน้นเพิ่มพลังให้แง่คิดเอาไว้ว่า “การลดน้ำหนักสามารถสร้างความแตกต่างในประสิทธิภาพได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงของโลก” ซึ่งแชดหมายถึง เมื่อคุณปั่นขึ้นเขาและปั่นขึ้นที่สูง รวมไปถึงการแข่งแบบไครทีเรียม ที่ต้องเร่งฝีเท้าสปริ้นต์ออกให้ได้ด้วยความเร็วสูงทุกมุมถนน แต่น้ำหนักมีความสำคัญแค่ไหน? นี่คือสิ่งที่น่ารู้จึงต้องคำนวณด้วยน้ำหนัก 81 กิโลกรัม ของนักจักรยานผู้คงสภาพการผลิตพลังงานได้ 200 วัตต์ช่วงขึ้นเขาเป็นหลัก และคุณก็สามารถคำนวณได้ด้วยตัวเองด้วย การเข้าไปที่ www.bikecalculator.com หากตัวเองไม่ได้หนัก 81 กิโลกรัม  เท่ากับตัวอย่าง โดยมีหน่วยวัดน้ำหนักเป็นปอนด์ที่เทียบเป็น กิโลกรัมด้วยการเอามาหารด้วย 2.22

ข้อควรระวังคือหากลดน้ำหนักมากเกินไปจะเป็นผลเสีย ต่อสุขภาพ วิธีที่ดีที่สุดคือการลดน้ำหนักภายใต้การควบคุมของโค้ช และเราจะมาดูกันว่าถ้าเอาน้ำหนัก 81 กิโลกรัม เป็นตัวตั้งแล้วการลดน้ำหนักแต่ละช่วงจะส่งผลดีหรือเสียอย่างไรต่อร่างกาย

ปั่นจักรยาน ลดน้ำหนัก 2 กิโลกรัม

ข่าวดีคือการลดน้ำหนักเพียง 2 กิโลกรัมนั้น เป็นเป้าหมายที่คนทั่วไปทำได้ ที่จะเห็นง่ายๆ ก่อนอื่นคือเสื้อผ้าชุดจักรยานจะดูดีพอดีตัวขึ้น คุณเองอาจจะไม่รู้สึก มองไม่เห็นเมื่อส่องกระจกแต่ตาชั่งจะบอก คุณได้ชัดเจน และที่จะชัดเจนอีกอย่างคือระหว่างไต่เขา สมมุติว่าเรา คงพลังงานไว้ที่ 200 วัตต์ในการไต่เขายาว 4 กม. ถ้าน้ำหนักเป็น 81 กิโลกรัม  เราจะไต่ขึ้นได้เร็วโดยเฉลี่ย 7.16 กม./ชม. แต่ถ้าหนักน้อย ลง 2 กิโลกรัม คือเหลือ 79 กิโลกรัม ความเร็วจะเพิ่มเป็น 7.28 กม./ชม. อันหมายความว่าจะทำเวลาได้น้อยลงอีก 30 วินาที ตรงนี้อาจดูไม่มาก แต่ถ้าเห็นเพื่อนพากันยิงหาย ยิงหาย ขึ้นเนินไปต่อหน้าต่อตา แค่เร็ว กว่าไม่กี่นาทีนี้แหละที่ทำเอาใจหายได้ง่ายๆ

ยิ่งทางชันยิ่งเกิดความแตกต่างชัดชัดเจน สมมุติอีกทีว่าใช้ พลังงาน 200 วัตต์กับระยะทาง 1.25 กม.ที่ความลาด 10 เปอร์เซ็นต์ ด้วยน้ำหนัก 81 กิโลกรัม ความเร็วจะลดเหลือเฉลี่ย 2.81 กม./ชม. แต่เมื่อ ลดลงเป็น 79 กิโลกรัม ความเร็วเฉลี่ยจะเพิ่มเป็น 2.89 กม./ชม. หรือเร็ว ขึ้นโดยเฉลี่ย 38.4 วินาที

ปั่นจักรยาน ลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก 4.5 กิโลกรัม

เมื่อลดน้ำหนักได้ 4 กิโลครึ่งหรือประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวถ้าหนัก 81 กิโลกรัม  เราจะตัวเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกได้ชัดเจนว่าสุขภาพดีขึ้น การวิจัยครึ่งหนึ่งเกี่ยวกับอาการน้ำหนักเกินและคนเป็นโรคอ้วนที่ตีพิมพ์ในวารสาร Diabetes Care ได้แสดงให้เห็นว่าคนน้ำหนักลดลง 5-10 เปอร์เซ็นต์จะทำให้ความดันเลือดและปริมาณน้ำตาลในเลือดลดลง เพิ่มคอเลสเตอรอลแบบเอชดีแอลที่เป็นคอเลสเตอรอลดี ลดโอกาสเป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดได้มาก หลังจากลดได้ 4.5 กิโลกรัม เราด้วยพลังงาน 200 วัตต์เป็นหลักบนเส้นทางยาว 1.25 กม.คุณจะทำความเร็วเฉลี่ยได้ 2.81 กม./ชม. พลังงาน 200 วัตต์นี้ทำความเร็วได้ 2.96 กม./ชม. นี่ก็ดูเหมือนจะไม่มากอีกแต่ลองคิดดูว่าหากคุณถึงเส้นชัยบนยอดเขาได้เร็วกว่าตอนยังไม่ลดน้ำหนักประมาณหนึ่งนาทียี่สิบวินาที และนั่นคือระยะทางเพียง 1.25 กม.เท่านั้น หากยังคงพลังงานเอาไว้ด้วยน้ำหนักเท่านี้ในระยะทางที่เพิ่มขึ้นก็หมายความว่าเราจะยิ่งทิ้งระยะห่างตัวเองในร่างเก่าออกไปเรื่อยๆ

ลดน้ำหนัก 9 กิโลกรัม

ในจุดนี้คงต้องซื้อกางเกงขี่จักรยานตัวใหม่กันทีเดียว ถ้าเพื่อนไม่สงสัยว่าป่วยก็คงต้องถามกันถึงเคล็ดลับการลดน้ำหนักของคุณแล้ว และนี่คือน้ำหนักมากที่สุดเท่าที่นักจักรยานพึงจะลดได้โดยไม่เสียสุขภาพ หากจะเอาน้ำหนัก 81 กิโลกรัม เป็นตัวตั้งแล้วน้ำหนักที่ลดลง 9 กิโลกรัม  นี้ค่อนข้างมากอยู่คือประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ และหากมากกว่าจำนวนเปอร์เซ็นต์นี้ไม่ว่าชายหรือหญิงจะเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมาย ที่แน่ๆคือความแข็งแรงจะลด การสร้างฮอร์โมนจะเปลี่ยนแปลงไป

ถ้าคุณอยากจะลดให้ได้ 9 กิโลกรัม จริงก็ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากทำได้อย่างปลอดภัยก็เป็นที่น่ายินดีเพราะความเปลี่ยนแปลงในด้านดีที่ชัดเจนคือระหว่างขึ้นเขา หากยึดเอาพลังงาน 200 วัตต์เป็นตัวตั้งกับเส้นทางที่ชัน 3 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงเมื่อปั่นเป็นกลุ่มคุณจะขึ้นไปรอเพื่อนๆบนยอดได้สองนาทีกว่าๆ ทีเดียว ซ้ำยังมีเวลาให้อัตราชีพจรกลับมาเป็นปกติได้มากขึ้น ความเร็วก็จะเพิ่มเป็น 7.63 กม./ชม.ด้วยเมื่อเทียบกับ 2.81 กม./ชม.เมื่อน้ำหนักยังอยู่ที่ 81 กิโลกรัม 

ปั่นจักรยาน ลดน้ำหนัก

ดังนั้น การลดน้ำหนักมากๆ จึงไม่ใช่สิ่งที่ดีเสมอไป หากน้ำหนักตัวคุณมากแล้วสงสัยว่าจะลดแค่ไหนถึงจะดี เราขอแนะนำอีกครั้งว่าให้ดูที่เว็บไซต์ www.bikecalculator.com เพื่อคำนวณหาน้ำหนักตัวเองและน้ำหนักอันเหมาะสมที่จะใช้เป็นเป้าหมายต่อไป

ความคิดเห็น

comments

More in Technic